การใช้เครื่องมือ Ultrasonic Thickness Measurement (UTM) วัดความหนาของผนังถัง ช่วยให้โรงงานวางแผนซ่อมบำรุงและคำนวณอายุที่เหลืออยู่ (Remaining Life) ได้แม่นยำ
เมื่อถังรับความดัน (Pressure Vessel) ถังพักลม หรือถังเก็บสารเคมี ถูกใช้งานไปเป็นเวลานาน ผนังเหล็กย่อมเกิดการบางลงจากการกัดกร่อน (Corrosion) หรือการสึกหรอ การจะรู้ว่าผนังถังบางลงแค่ไหนโดยไม่ต้องตัดหรือเจาะเหล็กออกมาดู คือการใช้เทคนิค UTM (Ultrasonic Thickness Measurement)
UTM ทำงานอย่างไร?
เครื่อง UTM จะส่งคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic) ผ่านหัววัด (Probe) ทะลุลงไปในเนื้อเหล็ก คลื่นเสียงจะสะท้อนกลับเมื่อกระทบกับผิวเหล็กอีกด้านหนึ่ง เครื่องจะคำนวณเวลาที่คลื่นเดินทางไปและกลับ เพื่อแปลงค่าออกมาเป็น "ความหนา" ของเหล็กได้อย่างแม่นยำในระดับมิลลิเมตร
ประโยชน์ของการทำ UTM:
วิศวกรของ Pi Engineering จะนำค่าความหนาที่วัดได้ ไปเปรียบเทียบกับความหนาเดิมเมื่อตอนสร้างถัง เพื่อคำนวณหา "อัตราการกัดกร่อนต่อปี (Corrosion Rate)" และประเมิน อายุการใช้งานที่เหลืออยู่ (Remaining Life) ของถังใบนั้น ทำให้โรงงานสามารถวางแผนงบประมาณในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนถังใบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
UTM ทำงานอย่างไร?
เครื่อง UTM จะส่งคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic) ผ่านหัววัด (Probe) ทะลุลงไปในเนื้อเหล็ก คลื่นเสียงจะสะท้อนกลับเมื่อกระทบกับผิวเหล็กอีกด้านหนึ่ง เครื่องจะคำนวณเวลาที่คลื่นเดินทางไปและกลับ เพื่อแปลงค่าออกมาเป็น "ความหนา" ของเหล็กได้อย่างแม่นยำในระดับมิลลิเมตร
ประโยชน์ของการทำ UTM:
วิศวกรของ Pi Engineering จะนำค่าความหนาที่วัดได้ ไปเปรียบเทียบกับความหนาเดิมเมื่อตอนสร้างถัง เพื่อคำนวณหา "อัตราการกัดกร่อนต่อปี (Corrosion Rate)" และประเมิน อายุการใช้งานที่เหลืออยู่ (Remaining Life) ของถังใบนั้น ทำให้โรงงานสามารถวางแผนงบประมาณในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนถังใบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย